รู้สึกดี ในวันที่เลือกคณะกรรมการค่ายใหญ่ ปี 2554

ก่อนอื่นต้องเท้าความไปวันที่ 19 มิถุนายน 2554 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งคณะกรรมการค่ายปลูกป่า ประจำปี 2554 ในช่วงสุดท้ายก่อนจะทำการปิดประชุม ได้มีการเสนอเรื่องการเลือกตั้งคณะกรรมการค่ายบางตำแหน่งของค่ายอาสาพัฒนาชนบทครั้งที่ 44 ขึ้น เพื่อนำรายชื่อคณะกรรมการที่เลือกนี้ไปทำโครงการกระดานดำกับกระทิงแดง ในวันนั้นมีการพูดจากด้วยเหตุด้วยผล อย่างดุเดือด และหลากหลาย จนสุดท้ายได้ข้อสรุปว่า จะมีการจัดประชุมชมรมอาสาพัฒนาครั้งที่ 5 ประจำปี 2554 ขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายน 2554

ในช่วง 3 ชั่วโมงแรกของวันที่ 20 มิถุนายน 2554 (ตี 3 คืนเลือกคณะกรรมการค่ายปลูกป่า) ก็ได้มีการติดเพลทประชาสัมพันธ์ผ่าน facebook ชมรม โดยมีกระแสตอบรับดีพอสมควร แต่ ณ เวลานั้นก็ยังคาดเดาไม่ได้ว่าวันจริงจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น!!!!!


แผ่นประชาสัมพันธ์เลือกคณะกรรมการบางส่วนของค่ายใหญ่ ประจำปี 2554

ก่อนถึงวันเลือกคณะกรรมการค่ายอาสาพัฒนาชนบทครั้งที่ 44 ผู้ที่คาดว่าจะเป็นว่าที่ผู้ลงสมัครก็ได้มีการคุยทาบทามถึงการดำรงตำแหน่งต่าง ๆ เรียกได้ว่าไม่ต่างจากการจัดตั้งรัฐบาลเลยทีเดียว เกาะกระแสเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 นี้ โดยแท้


เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554 เวลา 19 นาฬิกามาถึง ในช่วงแรกยังมีคนขึ้นมาไม่มาก แต่หลังจากนั้นไม่นาน โห!!!!!! มีคนขึ้นมาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ และเรื่อย ๆ จนแทบล้นห้องชมรมเลยทีเดียว ผมไม่ได้เห็นคนมาเลือกตั้งคณะกรรมค่ายเป็นจำนวนมากแบบนี้มานานแล้ว วันนั้นได้เห็นก็รู้สึกดีใจมาก สมกับเป็นคนรุ่นใหม่หัวใจประชาธิปไตยโดยแท้ (แอบเอาคำของครอบครัวข่าว 3 มาพูด อิ อิ) โดยจำนวนคนที่เข้าร่วมประชุมมีประมาณ 50 คน คนที่เป็นรุ่นพี่ผมก็มีอยู่ 4 คน คือ พี่กวาง พี่ลูกกอล์ฟ พี่อ้น แล้วก็แม่เอ๋ เพื่อนผมก็มีเปาเปานอกนั้นเป็นน้องทั้งโหม๊ด…

วาระที่ 1 แจ้งเพื่อทราบผ่านไปอย่างรวดเร็ว เข้าสู่วาระที่ 2 เสนอเพื่อพิจารณา ตอนแรกเลือกวันออกค่ายกันอยู่ ว่าจะออกค่ายกี่วันดี (7-10 วัน) เนื่องจากปีนี้จังหวัดขอนแก่นเป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ให้บริการที่พักสำหรับนักกีฬาด้วย จะให้นักกีฬามาพักอยู่หอของมหาวิทยาลัย ปิดเทอมตุลาจึงไม่มี จะปิดกันอีกทีช่วงกีฬาเลย ก็คือปิด 24 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม และแล้วนู๋เบียร์ก็เสนอวันออกค่ายเป็นวันที่ 25 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2554 ซึ่งมีคะแนนโหวตมากที่สุดได้เป็นวันออกค่ายใหญ่ ครั้งที่ 44 ไป

และแล้วก็เข้าสู่สิ่งที่เป็นไฮไลต์ของคืนนี้ คือ การเลือกคณะกรรมการค่ายอาสาพัฒนาชนบทครั้งที่ 44 ตำแหน่งแรก ผอ.ค่าย สุดรักก้าวออกมาก่อนเลย และตามมาด้วยเปิ้ล คำถามแรกก็ยิงไปโดยเปาเปา จากนั้นก็มีอีกหลายคำถามยิงไปไม่ยั้ง แต่ไม่ใช่มีแต่คำถามเพียงอย่างเดียว ยังมีการให้คำแนะนำผู้สมัครด้วย ซึ่ง “พี่กวาง” ฮีโร่ในคืนนี้ เรียกว่า “การทำแผล” คำถามมีมากมายหลายหลาก ถ้าใครที่เคยอยู่ในบรรยากาศการเลือกตั้งคณะกรรมค่ายมาหลายปี จะรู้เลยว่าหลายคำถามคล้ายเดิมมาก เรียกได้ว่าเกรงข้อสอบได้เลยทีเดียว

แต่ครั้งนี้มีคำถามที่เป็นคำถามใหม่ขึ้นมาหลายคำถาม เช่น “พี่ลูกกอล์ฟ” ถามว่า “การเลือกคณะกรรมการในตอนนี้ในความรู้สึกพี่ พี่คิดว่ามันเร็วนะ กว่าจะถึงค่ายก็อีกตั้ง 5 เดือน ผู้สมัครจะทนแรงกดดันที่สะสมยาวนานได้แค่ไหน จะยืนระยะการทำงาน จะถอดใจก่อนถึงวันออกค่ายไหม” แต่!!!!! คำถามที่ไม่ได้ยินในปีนี้คือ คำถามเกี่ยวกับ “ค่ายเสร็จแต่ไม่สำเร็จ จะมีประโยชน์อะไรที่สร้างสิ่งปลูกสร้างได้ แต่สร้างคนไม่ได้ ได้ค่ายแต่ไม่ได้คนมาทำงานชมรมต่อ ความสัมพันธ์ของคนออกค่ายไม่ได้ผูกพันธ์สนิทสนมกลมเกลียวกัน” อาจเป็นเพราะช่วงเวลาและบรรยากาศในตอนนี้ทำให้คำถามนี้ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาถาม

ผ่านไป 1 ชั่วโมงเต็มสำหรับคำถามที่ถามผู้ลงสมัครตำแหน่ง ผอ.ค่าย และเมื่อมีการหยั่งเสียง “เปิ้ล” ก็ได้รับตำแหน่ง ผอ.ค่าย อาสาพัฒนาชนบทครั้งที่ 44 ซึ่งตำแหน่งต่อมาคือ ตำแหน่งรอง ผอ.ค่ายที่ควบดูแลโครงงาน ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจเป็นลำดับ 2 รองจาก ผอ.ค่าย ตอนแรกจะมีกระบวนการเลือกเหมือนตำแหน่งแรก แต่ “พี่กวาง” ก็เสนอว่า ไหน ๆ ก็มีผู้สมัคร ผอ.ค่าย 2 คนอยู่แล้วหนิ ให้อีกคนคือ “สุดรัก” รับตำแหน่งนี้เลยได้ไหม และเมื่อประธานในที่ประชุมถามสุดรัก สุดรักก็บอก “รับค่ะ” และบอกว่า “นู๋คุยกันไว้แล้ว” ^^

ซึ่งจากจุดนี้เมื่อมองย้อนไปถึงคำถามหนึ่งของพี่กวางที่ถามเปิ้ลกับสุดรัก ว่า “กินข้าวด้วยกันมั้ย” ทั้งสองก็ตอบว่ากินด้วยกันค่ะ ผมมองว่าคำถามธรรมดา ๆ คำถามนี้แหละ มันมีอะไรที่ลึกซึ้งแฝงอยู่ คือ คนที่ทำงานด้วยกัน ไม่ใช่จะคุยกันเฉพาะเรื่องงาน เข้าหากันแต่เรื่องงาน งานเสร็จแยกกันไปคนละทิศคนละทาง แต่คนที่ร่วมงานกันควรจะเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ช่วยเหลือกัน กินข้าว เที่ยว และทำกิจกรรมอื่น ๆ ร่วมกันด้วย

และที่บอกว่า “พี่กวาง” คือ ฮีโร่ของคืนนี้เพราะว่าพี่กวางทำอะไร ๆ ให้ง่ายขึ้นเยอะเลย ถ้ามีการเลือกรองผอ.ค่าย ที่ดูแลโครงงานด้วยวิธีการปกติ คืนนี้คงยืดยาวกว่านี้แน่ พี่กวางบอกว่าไม่ได้ขึ้นมาร่วมประชุมแบบนี้มา 3 ปี 5 เดือนแล้ว แต่ก็ได้ติดตามข่าวคราวของชมรมอยู่ตลอด “พี่มีสปาย” เมื่อพี่กวางเข้ามาร่วมประชุมด้วย พี่กวางเสนอแนวความคิดที่ดี ทำให้หลายอย่างมองเห็นเป็นรูปร่างชัดเจน และที่ประทับใจมากคือการปฏิบัติตัวในที่ประชุม เพราะพี่กวางได้ปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้ที่ร่วมประชุมได้เห็น ทุกครั้งที่ต้องการแสดงความคิดเห็นพี่กวางยกมือ แนะนำตัว ขออนุญาตทุกครั้ง เมื่อจะออกจากที่ประชุมพี่กวางก็ขออนุญาต การนั่งในที่ประชุมพี่กวางก็ให้เกียรติที่ประชุมมาก นับว่าควรปฏิบัติตัวตามแบบอย่างที่ดีแบบนี้เป็นอย่างมาก

ถ้าจะไม่พูดถึงตำแหน่งอื่นเลยก็ดูจะไม่เหมาะสม ถึงจะเขียนมายืดยาวแล้วก็เหอะ แต่ขอพูดถึงสั้น ๆ ว่าตำแหน่งอื่น มันเป็นความลงตัวที่คัดสรรค์มาแล้ว การทำงานด้วยความสบายใจของคนทำงานด้วยกันเป็นสิ่งสำคัญมาก งานจะเดินได้ดีถ้ามีความเข้าใจกัน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นก็คือหลังจากได้รับตำแหน่ง ทุกคนมีความกระตืนรือร้นมาก ในวันถัดมาหลังพิธีไหว้ครูชมรมก็ได้มีการประชุมหารือกัน และในวันที่ 24 มิถุนายน 2554 ก็ได้มีการแนะนำการเขียนโครงการและวิธีการต่าง ๆ โดยขวัญ ประธานชมรม


การประชุมหลังพิธีไหว้ครูชมรม โดยมีพี่ ๆ คอยให้คำปรึกษาแนะนำสิ่งต่าง ๆ

คณะกรรมการค่ายอาสาพัฒนาชนบทครั้งที่ 44 (ออกค่ายวันที่ 25 พฤศจิกายน 2554 – 4 ธันวาคม 2554)
1. ผอ.ค่าย : เปิ้ล AG#3
2. รอง ผอ.ค่าย (ควบคุมดูแลโครงงาน) : สุดรัก HS#3
3. รอง ผอ.ค่าย (ควบคุมดูแลฝ่าย) : ปาล์มมี่ MS#3
4. เลขานุการค่าย : หญิง MS#3
5. เหรัญญิกค่าย : หน่อย MS#3
6. หัวหน้าโครงงานก่อสร้าง : เบิร์ด EN#2

ในการประชุมวันที่ 22 มิถุนายน 2554 ยังมีการเลือกสถานที่ออกค่ายด้วย ซึ่ง สถานที่ที่ได้รับเลือกผ่านมติที่ประชุม คือ โรงเรียนบ้านโป่งกวาง อ.ภูเรือ จ.เลย การประชุมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ยาวนานมากของคณะกรรมการชมรมชุดนี้เลย กว่าจะสิ้นสุดการประชุมก็ประมาณ 23 นาฬิกา แต่นี่ถือว่าเป็นการประชุมอีกครั้งที่ทำให้ผมประทับใจมาก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการคุยกันอย่างเปิดใจ ตรงไปตรงมา ไม่มีกั๊กในการสัมมนาชมรมที่น้ำหนาว ในวันที่ 11-12 มิถุนายน 2554 มีผลต่อทิศทางที่ดีของชมรมที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ เวลานี้เลยทีเดียว

Got anything to say? Go ahead and leave a comment!