เยือนอุบลฯ ชมเทียนพรรษา อิ่มเอมตากับเทียนพระราชทานทางชลมาร์ค

ช่วงเวลานี้เมื่อ 1 ปีก่อน ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวงานประเพณีแห่เทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นช่วงวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2553 การเดินทางเยือนอุบลในครั้งนั้นเป็นการเยือนตัวเมืองอุบลครั้งแรกของผมเลยก็ว่าได้ เพราะปกติไปแต่อำเภออื่นที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

ครั้งนี้ก็เลยนับเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและตะเวนกินอาหารโดยแท้ ตั้งแต่วันแรกที่ไปถึงก็ได้ไปกินก๋วยจั๊บมิชชั่น แล้วก็กลับไปนอนพักที่บ้านเปาเปา ตลอดทริปนี้ก็ได้อาศัยบ้านเปาเปานี่แหละเป็นที่ให้เราได้พักกัน ซึ่งบ้านเปาเปาน่าอยู่และอบอุ่นมาก


รถเทียนจอดแสดงยามค่ำคืนรอบทุ่งศรีเมือง

ทริปนี้ที่เดินทางไปพร้อมกันก็มีเปาเปา หนุ่ย เจษฎ์ แอน เก่ง ทิพย์ แต่เหมือนกับการรวมตัวคนอาสาเลย เพราะว่าได้ไปเจอซันหนี้ แท็ก สุดรัก แล้วก็น้องเล็ก น้องของสุดรัก


ในทริปนี้พวกเราก็ได้ไปเที่ยวบ้านเก่ง ไปหาน้อยหน่าแล้วก็กินลาบเป็ดบ้านเก่งด้วย อร่อยมาก มาเที่ยวอุบลครั้งนี้คนเยอะมาก เพราะตรงกับงานเทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษาซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของจังหวัด มีการจัดงานกาชาดที่ทุ่งศรีเมืองด้วย แต่ถึงคนจะเยอะก็ได้ไปทุกซอกทุกมุม เปาเปาบอกพวกเราได้เหยียบถนนทุกเส้น พูดได้เลยว่าไปมาหมดแล้ว มีแค่ถนนหน้า ร.ร.เบญฯ เท่านั้นที่ไม่ได้ผ่าน การเที่ยวในตัวเมืองอุบลครั้งนี้รู้สึกอบอุ่นมาก เหมือนเคยมาอยู่นี่เมื่อนานมาแล้วเลย คงเป็นเพราะว่า มีคนรู้จักเป็นคนอุบลเยอะ ทั้งเพื่อน ทั้งน้องเป็นคนอุบลทั้งนั้น มาเที่ยวก็ยังได้เจอเพื่อนอีกด้วย

อย่างตอนไปชมพิธีอัญเชิญเทียนพรรษาพระราชทาน และผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน ทางชลมาร์ค ที่ ริมฝั่งแม่น้ำมูล วัดสุปัฏนาราม (สุ-ปัด-ตะ-นา-ราม) ก็ได้เจอซันหนี้โดยบัญเอิญ ไม่ได้นัดกันมาก่อนเลย วันนั้นซันหนี้มาถ่ายรูปเทียนพระราชทาน บรรยากาศก็น่าจะเหมือนปีนี้เลย มีฝนให้ได้เย็นฉ่ำ


น้องสาวเราถ่ายรูปริมฝั่งน้ำมูล


แอบกินอาหารปลาที่วัดสุปัฏนาราม

นั่งรออยู่นานฝนก็โปรยปรายมาเรื่อย ๆ ดูกระบวนเรือที่อัญเชิญเทียนพรรษาพระราชทานช่างยิ่งใหญ่นัก มีนักข่าวมาทำข่าวเยอะมาก ช่างภาพก็เยอะไม่แพ้กันทั้งมือเก๋า มือสด มือใหม่ หอบกล้องคนละ 2-3 ตัว ปานว่าจะเอามาอวดกัน ฝนก็ตกอีก ช่างภาพแต่ละคนกว่าจะได้ภาพที่ถูกใจทุลักทุเลมาก


กระบวนเรืออัญเชิญเทียนพรรษาพระราชทาน


เทียนพระราชทานจากในหลวง


สังเกตสีของกระบวนเรือ “แดง ขาว น้ำเงิน”


กระบวนเรือรวมกันเป็นปึกแผ่นสามัคคีดังสีธงชาติ

หลังจากพิธีอัญเชิญเทียนพระราชทานเสร็จเรียบร้อยก็ได้มีพิธีการและการแสดงฟ้อนรำนิดหน่อย น่าแปลกว่าพออัญเชิญเทียนพระราชทานเข้าสู่ที่บรรจุฝนก็หยุดตกทันที!!!!


ถ้ามองไปทางซ้ายเหมือนเขาตั้งแถวรอต้อนรับพวกเราเลย


หูดำไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ออกจากวัดสุปัฏนารามพวกเราก็ไปกินเนื้อย่าง แล้วก็ไปต่อกันที่จิ้มจุ่มริมห้วยวังนอง คราวนี้แท็กก็ได้มาสมทบ แล้วพวกเราก็ไปเที่ยวบ้านซันหนี้ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้วยวังนองเท่าไหร่ สายฟ้า น้องของซันหนี้ก็มาเล่นกับเราด้วย จากนั้นก็หาอะไรกินอยู่โต้รุ่ง ได้เห็นเขาจุดพลุสวยมาก แล้วพวกเราก็เดินเล่นชมต้นเทียนที่ตั้งอยู่บริเวณถนนรอบทุ่งศรีเมืองกัน


สี่ชายเฟี้ยวเงาะ

จากที่ดูมาเรื่อย ๆ ทำให้รู้ว่าการทำต้นเทียนมี 2 ประเภท คือ ประเภทแกะสลัก และประเภทติดพิมพ์ อย่างตอนกลางวันพวกเราก็ได้ไปที่วัดพระธาตุหนองบัว ไปดูการแกะสลักเทียน ซึ่งเป็นต้นเทียนที่หล่อแล้วทำการแกะสลัก ต้องมีการพรมน้ำด้วยเพื่อไม่ให้เทียนร้อนเกินไป จนหลอมละลายก่อนที่จะถึงวันแห่เทียนจริง


เทียนติดพิมพ์สีชมพูก็มี


เทียนแกะสลัก งดงามมาก


เห็นด้วยตาตัวเองแล้วงามจับใจจริง ๆ

คืนที่เราเดินดูนี้เป็นคืนก่อนวันแห่จริง คนเยอะมากเพราะว่าแต่ละวัด แต่ละอำเภอได้นำต้นเทียนมารวมกันที่ถนนรอบทุ่งศรีเมือง เพื่อเตรียมแห่ในวันพรุ่งนี้เช้า ถึงคนจะเยอะแต่อากาศก็เย็นสบาายไม่ร้อนมากเพราะว่ามีฝนตกลงมาในช่วงบ่าย


คนเยอะเดินเบียดเสียดแน่นเอี๊ยด


ฝนตกลงมาน้ำเจิ่งนองพื้นเต็มไปหมด

ว่ากันว่าคนอาสาไปไหนก็ไม่เคยอาย เพราะพวกเราไม่มีอะไรจะอายแล้ว!!!! ผ่านเรื่องราวมากมายหลายหลากมา นี่ก็เห็นว่าจะจริง เห็นเขาเปิดหมวกอยู่พวกเราก็คิดว่าอยากมาเปิดบ้าง เผื่อจะได้เงินเข้าชมรม ได้เงินสมทบทุนทำค่าย การแสดงเพื่อแลกเงินมันไม่ใช่การขอทานเพราะเราไม่ได้ขอเขาฟรี ๆ เราใช้ความสามารถแลกมา อย่างนี่ก็เป็นการแสดงละครใบ้ เพื่อหาทุนเดินทางไปทำการแสดงยังจังหวัดอื่น ๆ ต่อ พี่เขาเขียนบอกไว้ว่าจะเดินทางแสดงให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ


การแสดงศาสตร์ละครใบ้


คนอื่นเขายืนดูกัน


แต่พวกเรานั่งดูไม่แคร์สายตาใครด้วย


นี่ก็เพื่อนผมซันหนี้มันไม่เคยอายอะไรเลย

กลับไปดูบรรยากาศของวัดพระธาตุหนองบัวบ้างดีกว่า วัดพระธาตุหนองบัวมีสิ่งก่อสร้างที่สะดุดตาคือ สถูปก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งโครงสร้างได้รับแรงบันดาลใจมาจากมหาโพธิวิหาร โพธิคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า สร้างเป็นสถูปทรงสี่เหลี่ยม ยอดสอบเข้าเล็กน้อย และปลายตัด แล้วต่อยอดด้านบนให้แหลมสูงด้วยสถูปขนาดเล็กสีทอง


นี่แหละสถูปที่พูดถึง


ด้านในของสถูป


ต้นเทียนของวัดพระธาตุหนองบัว


การแกะสลักเทียนของวัดพระธาตุหนองบัวละเอียดมาก

ทริปนี้พวกเราได้ไปกินปากหม้อญวน ที่ไม่ใช่ของกินเล่นธรรมดาเพราะว่า มันได้เยอะมาก กินแทนข้าวได้เลย อิ่มมาก อร่อยด้วยมีทั้งแบบนุ่มและแบบกรอบ ตอนกลางคืนก็ได้ไปกินเล็กนมสด ร้านนมเก่าแก่คู่เมืองอุบล เปาเปาบอกเปิดมานานมาก เป็นร้านแรก ๆ ของอุบลเลย ตอนกลางคืนก็ได้เดินเที่ยวงานกาชาด ได้ไปดูศาลากลางหลังเก่า (ก่อนโดนเผา) ได้ไปซื้องานศิลปะที่ร้านระยะทาง… แถว ๆ โต้รุ่ง ได้ทำอะไรหลายอย่างมาก สรุปคือทริปนี้เป็นทริปที่ประทับใจมาก อยากเยือนอุบลอีกหลาย ๆ ครั้งถ้าโอกาสอำนวย ^^


น้ำพุในทุ่งศรีเมือง


หนุ่มหล่อถ่ายรูปกัน ซันหนี้แสดงอยากโดดเห็นแค่ครึ่งหน้าเลย

ปล.น่าเสียดายที่ไฟล์รูปต้นฉบับ มันดับไปพร้อมเสียง Harddisk ที่ลั่นพื้น ไม่งั้นจะมีรูปหลากหลายมากกว่านี้ จะได้เขียนให้เป็นเหมือนแนะนำที่กินที่เที่ยว นี่มีแต่รูปที่เที่ยวรูปที่กินไม่มีเลย แต่ไม่เป็นไรรอคนที่ไปทริปนี้ด้วยกันมาคอมเม้นท์เติมเต็มส่วนที่ขายหายไปดีกว่า อิ อิ

No Comments

  • ถ้าเราจะคิดถึงวันเวลาเหล่านี้ขนาดนี้นะ…

Got anything to say? Go ahead and leave a comment!