เงินบาทแข็งค่า ทั้งได้ทั้งเสีย!!!!

หลายคนคงจำได้ว่าหลายปีก่อนอัตราแลกเปลี่ยนของเงิน 1 ดอลลาร์ จะได้เงินบาทประมาณ 40 บาท แต่ ณ วันนี้ 1 ดอลลาร์ มันเหลือ 29 บาทเศษ ๆ แล้ว

แล้วมันจะส่งผลอะไรหละ?? แน่นอนครับมันมีทั้งคนที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ ผมจะยกตัวอย่างตัวผมเองเลย มีทั้งได้ทั้งเสีย


เงินจาก Amazon ที่โอนเข้าบัญชีในเดือนกรกฎาคม 2554 [$686.91]

ถ้ามองจากตัวแดง ๆ นั้นแล้ว ผมคิดว่ายังไงก็ถึง 2 หมื่น แต่ที่ไหนได้ ผมกับต้องเจอสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า ทั้ง ๆ ที่ต้นเดือนกรกฎาคม 2554 รวมถึง ปลายเดือนมิถุนายน 2554 ยังไม่เป็นแบบนี้เลย ตอนนั้นอัตราแลกเปลี่ยนดีมาก แต่มาปลายเดือนนี้ วันที่ผมได้รับเงิน 27 กรกฎาคม 2554 เงิน 1 ดอลลาร์ กลับเหลือแค่ 29.54 บาท


เอ๊ะ! แล้วเงินแข็งตัวแบบนี้ผมเอาเงินเข้าประเทศได้เท่าไหร่ จาก $686.91 หักค่าธรรมเนียม Amazon $5, ค่าธรรมเนียมธนาคาร 200 บาท สรุปแล้วเดือนนี้ได้เงินมา 19,943.62 บาท {[($686.91-$5)x29.54]-200 บาท} พอเป็นค่ามาม่าประทังชีวิตได้ไปวัน ๆ


เงินเข้า ๆ ออก ๆ บัญชีธนาคารกรุงเทพ ไม่ค่อยมีเหลือหรอก เหอ ๆ

สังเกตุว่าพอเงินเข้าปุ๊บมันจะออกทันที กระจายความเสี่ยงเอาเข้าให้มันครบทั่วทุกบัญชีครับ ความจริงก็เพื่อความสะดวกด้วยแหละ เพราะเดี๋ยวนี้แทบทุกธนาคารมีระบบอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง เราสามารถทำทุกอย่างผ่านหน้าจอคอม ไม่ต้องไปธนาคารบ่อย ๆ หลายครั้งผมชอบเติมเงินมือถือผ่านอินเตอร์เน็ต ก็ใช้บริการ SCB Easy ของ ธ.ไทยพาณิชย์ครับ สะดวกดี ก็เลยเอาเงินติดบัญชีไว้บ้างเล็กน้อย

ที่ผ่านมาผมพูดถึงข้อเสียที่เกิดกับตัวผมมาแล้ว คือ ได้เงินน้อย คราวนี้เรามาดูข้อดีกันบ้างครับ ข้อดีของค่าเงินแข็งตัวหรือเงินบาทแข็งค่า นั่นก็คือ ทำให้เราสามารถซื้อสินค้าและบริการจากต่างประเทศได้ในราคาถูกครับ จากที่เมื่อก่อนสินค้าราคา $1 เราต้องจ่ายเงิน 40 บาท ถึงจะได้มาครอบครอง แต่ตอนนี้เราจ่ายเพียง 29 บาท ก็ได้มาครอบครองแล้วครับ

จากรูปข้างบนจะเห็นว่ามีเงินออกจากบัญชี ธ.กรุงเทพผมทุกวันที่ 8-9 ก็เป็นเพราะว่า ผมต้องจ่ายค่า Host สำหรับทำเว็บครับ ดูตัวที่ผมไฮไลต์ไว้นะครับ ต้นเดือนกรกฎาคม $26 ผมได้จ่ายเป็นเงินบาท 806.78 บาท เท่ากับว่า $1 = 31.03 บาท แต่ต่อไปผมอาจจะได้จ่ายน้อยลงกว่านี้ก็เป็นได้ เพราะไม่แน่ว่า อนาคต $1 อาจจะเหลือแค่ 28 บาท ก็ได้

จะเห็นว่าสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าเรารู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ย่อมทำให้เราแสวงหาโอกาสได้ไม่ยากครับ ในวิกฤตย่อมมีโอกาส “คนมองโลกในแง่ดีจะเห็นโอกาสในทุกวิกฤต แต่คนที่มองโลกในแง่ร้ายย่อมเห็นวิกฤตในทุกโอกาส”

Got anything to say? Go ahead and leave a comment!