ปฐมบทเพลงชมรม

ในยามที่ท้อแท้ กำลังใจร่วงโรยจากภาระอันหนักอึ้ง ยังมีอีกสิ่งหนึ่งในชมรม ที่เปรียบดั่งพลังซึ่งคอยเติมเต็มหล่อเลี้ยงกำลังใจชาวอาสาให้พองโตอยู่ตลอด แม้คืนวันที่ผ่านพบจะเปี่ยมไปด้วยอุปสรรคอันยากลำบาก ทุรกันดารและไกลห่างจากอ้อมกอดแดนดินถิ่นเกิด สิ่งที่ทรงพลังสิ่งนั้นก็คือ “เพลงชมรม

กว่าสามทศวรรษมาแล้วบทเพลงเหล่านี้ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป แม้ท่วงทำนอง จะเปลี่ยนไปจากเดิม แต่คุณค่าก็ไม่เคยลดน้อยลงเลย เริ่มต้นอย่างเด่นชัดหลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 ยุคเฟื่องฟูของกิจกรรมนักศึกษาและการทำค่ายอาสาพัฒนาชนบท นักศึกษาจำนวนหนึ่งทำเพลงโฟล์คง่าย ๆ ที่มีเนื้อหาพูดถึงแนวทางการเมือง ปัญหาสังคม ความฝันและพลังของคนหนุ่มสาว อัดใส่เทปขายเพื่อเป็นทุนในการทำค่าย จนกลายมาเป็นบทเพลงที่ร้องกันในค่ายอาสาเกือบทุกค่ายทั่วประเทศในทุกวันนี้


เปิดหมวก ค่ายปลูกป่าบ้านหนองหญ้าปล้อง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ปี 2553

เพลงชมรมหรือเพลงค่ายที่นิยมร้องก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงเพื่อชีวิต ซึ่งมีทั้งเพลงที่แต่งขึ้นเองหรือจากเพลงของศิลปินเพื่อชีวิตทั้งแนวเพราะ ๆ ซึ้ง ๆ สนุกสนานเพลิดเพลิน นำมาร้องเพื่อการนันทนาการ สร้างบรรยากาศ ทั้งยังช่วยให้ชาวค่ายได้ขบคิดตามไปกับเนื้อเพลง ที่กล่าวถึงโลกอีกใบที่ห่างไกลจากมหาวิทยาลัยในเมืองใหญ่ และบางสิ่งบางอย่างในสังคมที่เราได้มองข้ามไป ส่วนปัจจุบันนั้นได้มีการนำเอาเพลงสตริงตามสมัยนิยมมาร้องมากขึ้น

บทเพลงหลาย ๆ บทเพลงเดินทางผ่านกาลเวลายาวนาน แต่ก็ไม่เคยถูกลบเลือนลงไป เป็นเสมือนบทเพลงที่ยังคงยืนหยัดเคียงคู่กับชมรมอาสาพัฒนาและค่ายอาสาไปทุกยุคทุกสมัย หากก้าวย่างไปในบรรยากาศของค่ายอาสาที่ไหนมันก็ยังคงใช้ขับกล่อมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อย่างบทเพลงที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นเพลงที่ใช้ร้องกันทุก ๆ ค่ายของชมรมอาสาเกือบทั่วประเทศ

เราอาสาพัฒนา ใจเริงร่าและสามัคคี
เราร่วมจิตอุทิศชีวิตพลี ผูกไมตรีเพื่อพี่น้องผองไทย
แม้ห่างไกลไม่ท้อถอย ถึงยอดดอยสูงเยี่ยมเทียมฟ้า
เราบุกบั่นฝ่าฟันเข้าไปหา ช่วยพัฒนาด้วยเมตตาอารี
สายลมหนาวเคล้าลมฝน ในกมลเราแสนเยือกเย็น
แสนอบอุ่นในบุญที่บำเพ็ญ ความลำเค็ญก็มลายหายไป

เพลงนี้มีชื่อเรียกขานต่างกันไปตามแต่ละสถาบัน บ้างก็เรียกว่า เพลงชาวค่าย เพลงค่าย เพลงค่ายอาสา เพลงมาร์ชอาสา ซึ่งจะมีเนื้อร้องและส่วนเพิ่มเติมแตกต่างกันเล็กน้อย โดยชมรมอาสาพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้นามเรียกขานของเพลงนี้ว่า เพลง “อาสาพัฒนา


ชาวค่ายร่วมกันร้องเพลงชมรมอย่างสนุกสนาน ในค่ายอาสาพัฒนาชนบทครั้งที่ 43

ที่มาที่ไปของเพลงไม่ปรากฏแน่ชัด โดย “สลึง” หนังสือเพลงเพื่อชีวิตสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวว่าเพลงนี้แต่งโดย ศ. ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน
บทเพลงชมรมไม่เพียงแค่บรรเลงขับกล่อมร่างกายที่เหนื่อยล้า ทั้งยังปลุกจิตสำนึกที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมา พลังและคุณค่าของเพลงชมรมมิได้อยู่เพียงแค่ความหมายที่เขียนไว้เป็นตัวอักษร แต่มีความหมายที่การเรียนรู้ หล่อหลอมและขบคิดว่าความหมายที่แท้จริงของการเป็นคนอาสาคืออะไร?

ปล.บทความที่คุณได้อ่านผ่านมานี้ผมได้เขียนและตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารปั้นดิน ฉบับที่ 1 ปฐมฤกษ์ (สิงหาคม 2553) สามารถเข้าไปอ่านผลงานของขบวนการปั้นดินในรูปแบบ E-Books ได้เพิ่มเติมที่ วารสารปั้นดิน คลิ๊กที่ปกของฉบับที่ต้องการอ่านได้เลยครับ

No Comments

  • เวลารุ่นพี่ … กลับมาเยี่ยมน้องๆที่ทำค่าย อายุอาจจะต่างกันมาก .. คุณวุฒิก็ต่าง .. แต่เมื่อเรามาร้องเพลงค่ายด้วยกัน มันรู้สึกดีมากจริงๆ … ในรั้วมหาลัย ผมไม่เคยเสียใจที่ได้อยู่ค่ายอาสาพัฒนาชนบทเลยครับ แม้จะต้องเหนื่อยสักเพียงไหนก็ตาม ^___^

    ปล. แวะมาอ่านครับ ^^ เราอยู่ค่ายอาสาพัฒนาชนบท ของพณิชยการพระนคร (พ.พ.)ครับ .. เพลงเดียวกันเลย ดีใจ ^^

Got anything to say? Go ahead and leave a comment!